ข่าวเศรษฐกิจ รอบโลก กีฬา ข่าวเด่น สังคม ออนไลน์

ข่าวเกม ข่าวดูดวง ติดตามข่าวได้ถึง 24 ชม.

เปิดใจบ้านใหญ่เมืองชล ‘ยามอัสดง คุณยินดี’ คืนรัง ‘เพื่อไทย’ สู้ออกเสียง

เปิดใจบ้านใหญ่เมืองชล ‘ย่ำค่ำ คุณปลาบปลื้ม’ คืนรัง ‘เพื่อไทย’ สู้ลงคะแนนเสียง
หมายเหตุ – นายใกล้ค่ำ คุณปลาบปลื้ม สมัยก่อนรัฐมนตรีหลายยุค สมัยก่อนหัวหน้าพรรคพลังชล และก็ผู้ร่วมจัดตั้งพรรคพลังประชากรเมือง (พปชราชการ) ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ความเห็นชน” ถึงการเปลี่ยนทางการบ้านการเมืองเข้าขึ้นอยู่กับพรรคเพื่อไทย (พื้นที่) เพื่อจัดเตรียมการเลือกตั้งที่จะถึงนี้
• แจ่มกระจ่างหรือยัง สำหรับในการตกลงใจไปอยู่พรรคเพื่อไทย
ตกลงใจแล้ว 1,000% ก่อนนี้พวกเราเป็นพรรคพลังชลแล้วไปอยู่พรรคพลังประชากรเมืองในตอนจัดตั้งขึ้นพรรค พวกเราก็ตกลงใจแล้วว่า พวกเราจะเปลี่ยนในส่วนของกรุ๊ปพวกเราว่า จะไปทางไหน พวกเราจะต้องเลือกทางที่พวกเราไปดำเนินงาน นำพากลุ่มเข้าไปเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งในกลไกแก้ไขปัญหา ไม่ว่าปัญหาเศรษฐกิจชีพที่มีอยู่
• ต้นเหตุ 1,000% ที่ตกลงใจนั้น มาจากอะไรบ้าง
ก่อนหน้านั้นที่มีข่าวสารว่ามีแผนการ 50:50 ที่จังหวัดชลบุรี เป็นแบ่งกัน 5 เขต 5 เขต ถ้าเกิดกล่าวถึงประเด็นนี้ จำเป็นต้องย้อนกลับไปมองโพสต์ของผมตอนวันที่ 17 เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่พวกเราเขียนถึงมีเรื่องมีราวนี้อยู่ด้วย ขึ้นหัวว่า “มนุษย์เราบางบุคคลรู้ที่ไปแต่ว่าลืมที่มา” มีเรื่องมีราวการกำหนดเพศผู้สมัครรับเลือกตั้ง และก็โพสต์ที่ 2 เป็นให้สัมภาษณ์อีกรอบ ช่วงวันที่ 22 ก.พ. เอ๋ยถึงหัวข้อต่างๆที่เกิดขึ้น ผมกล่าวว่า “มนุษย์เราหากจะพูดปดอะไรไว้ให้เขียนไว้ด้วยสักครู่จะลืม” สำหรับผม พวกเราไม่เคยพูดปด พวกเราพูดเรื่องจริง
แล้วในที่สุดอีกรอบ ตอนวันเกิดผมโพสต์วันที่ 9 หรือ 10 เดือนธันวาคมนี่เอง ผมใช้มอตโตสั้นๆว่า “พูดปดก็คือพูดเท็จ อย่ามีความคิดว่าการพูดโป้ปดมดเท็จเสมอๆแล้วจะเกิดเรื่องจริงได้ อย่ากล่าวอะไรที่มันคะนองปากเยอะเกินไป” เกิดเรื่องราวตั้งแต่ในช่วงเวลานั้นถึงในช่วงเวลานี้ เมื่อย้อนไปทำให้พวกเรามีความรู้สึกว่าการบ้านการเมืองที่พวกเราจะเดินหน้าต่อ อาจจะมีการเปลี่ยนตั้งแต่ตอนนั้นแล้วล่ะว่าจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงขึ้นตรงต่อพรรคสำหรับในการออกเสียงคราวถัดไป ถามคำถามว่า 100% ไหมย้ายพรรค ผมก็ตอบว่าให้ 100% เพราะเหตุใด ให้น้อยอย่างมาก
• มีสาเหตุอะไรที่เลือกไปพรรคเพื่อไทย
เดี๋ยวนี้ปัญหาเศรษฐกิจชีพ ผมมองดูกลับไปถึงเรื่องสมรรถนะการประลองของประเทศ เนื่องจากเวลาที่พวกเราไปพรรคพลังประชาชนเมือง ถ้าหากคิดออกผมกำลังจะเอ่ยเรื่อง EEC ผมเข้าไปตั้งแต่ต้นเลย ผมเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พล.อำเภอประยุทธ์ จันทร์โอชะ) คุณอิทธิพล (นายอิทธิพล คุณยินดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม) ไปเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและก็กีฬา เหตุผลเป็น EEC เริ่ม พวกเราอยู่ภายในเขตพื้นที่ ถ้าเกิดได้โอกาสได้ไปเริ่มตั้งแต่ต้นเลย ก็จะกำหนดแนวนโยบายนั่นได้
เดี๋ยวนี้พวกเรามิได้ดูเพียงแค่ EEC พวกเรามองดูอีกทั้งภาคทิศตะวันออก ที่มีจีดีพีสูงสุดของประเทศ พวกเราคิดว่าจะต้องมาขับต่อเป็น New Business Zone เป็นแผนการที่เริ่มกล่าวกันว่าเขตเศรษฐกิจใหม่ พวกเราจะต้องเคลื่อนที่ตรงนี้ไปเพื่อสร้างทุกๆอย่างให้พร้อมการลงทุนภาคอุตสาหกรรมสร้างรายได้ของประเทศ
• ใช้เวลานานไหมสำหรับการตกลงใจ คุยกันมานานหรือยัง จะไปพรรคเพื่อไทยเวลาใด
คุยกันมานานแล้ว ถามคำถามว่าตั้งแต่ตอนไหนก็คือเริ่มที่จะมีเรื่องต่างๆเข้ามา ในช่วงเวลานี้ยังมิได้ไปลงทะเบียนสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย หากเอ่ยถึงพรรคเพื่อไทย พวกเราเคยดำเนินงานกับเขามาตั้งแต่ปี 2548 มองจากฐานรากแผนการ ก็ทำงานด้วยกัน คุยกันแบบไม่อ้อมค้อม เอาเรื่องจริงมาคุยกันว่าจะเดินไปทางไหน
• เรียกว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ที่มีเรื่อง
ผมมิได้เป็นคนสร้างปัญหานะ มันเกิดเรื่องการทำงาน พวกเราตั้งมั่นในหัวข้อการดำเนินการทางด้านการเมือง การมีสหาย หรือการทำงานด้านการเมืองคนละพรรค มันยังเป็นเพื่อนกันได้ ไม่มีความจำเป็นว่าถ้าหากอยู่คนละพรรค อยู่คนละพวกแล้วจะไม่เอากัน มันไม่ใช่ ไม่ใช่วิถีทางตั้งแต่ในอดีตสมัยป๋า (กำนันเป๊าะ–สมชาย คุณปลาบปลื้ม) พูดว่า มนุษย์เราควรมีเพื่อนพ้องให้มากมายๆเนื่องจากว่าไม่มีผู้ใดดีร้อยเปอร์เซ็นต์ เหลวแหลกร้อยเปอร์เซ็นต์ มนุษย์เรามีดี มีชั่วในตนเอง จำต้องค้นหาสิ่งดีๆของแต่ละคนให้กำเนิดผลดีแก่พวกเราได้ เขาถึงบอกพรรคไม่มีความจำเป็น แม้กระนั้นพวกสำคัญ เป็นสิ่งที่บิดาบอกมาตลอด พวกเราก็ถือมั่นแบบงี้มาตลอด 
บิดาผมสอนอะไรไว้มาก เขากล่าวว่าการเลือกตั้งมีได้ มีตก มีได้เป็น มีมิได้เป็น มีตำแหน่ง ไม่มีตำแหน่ง ด้วยเหตุผลดังกล่าวผลของการออกเสียงจะออกมาเช่นไร ไม่ต้องไปพึงพอใจหรอก หากพวกเราคิดจะกระทำการเมืองต่อ ราวกับในตอนที่ยุคผมลงเลือกตั้งคราวแรกปี 2535 เรียกว่า 35/1 แล้วสามเดือนถัดมายุบสภา มีลงคะแนนเสียง 35/2
ตอน 35/1 พวกเราได้ 4 ที่นั่ง คู่ปรับได้ 2 ที่นั่ง เวลานี้เมืองชลฯ มี 6 เขต เพียงพอ 35/2 กำเนิดพฤษภาทมิฬ มีพรรคเทวดา พรรคมาร พวกเราบังเอิญไปอยู่พรรคมาร แล้วลงคะแนนเสียงมาพวกเราเหลือ 2 คน เหลือผมกับคุณวิทยา คุณยินดี บิดาผมยังบอกเลย ท่องเที่ยวนี้แพ้ เขากล่าวว่าช่างเถิด อย่างที่บอกมีได้มีตก ช่างเถิดก็ปฏิบัติงานกันต่อ แล้วเที่ยวต่อมาปี 2538 พวกเราก็ได้ชูทั้งยังจังหวัด
มีอีกอย่างเขากล่าวว่า แข่งขันก็แข่งขันกันไปอย่าไปทะเลาะกัน ยังไงก็ยังเป็นพวกกันได้ ทำให้เมืองชลไม่มีการบ้านการเมืองจำพวกแตกกันกัน แข่งขันก็คือแข่งขัน ในอนาคตอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีจังหวะมารวมเป็นกลุ่มเดียวกันได้ เสมือนปี 2550 ผมไม่เหลือซักคนเลยนะ ตกหมดเลย แพ้ให้กับประชาธิปัตย์ ในตอนนั้นพวกเราอยู่พรรคชาติไทย แม้กระนั้นคุณอิทธิพลกับคุณวิทยา ลงไปในสนามแคว้น ก็ดำเนินงานการบ้านการเมืองกันต่อ ลงคะแนนเสียงนายก อบจ. คุณวิทยาได้ชูกลุ่มทั้งยังจังหวัด ลงคะแนนเมืองพัทยา คุณอิทธิพลก็ชนะชูกลุ่มทั้งยังพัทยา
• ประเมินออกเสียงรอบนี้ยังไง
ท่องเที่ยวที่แล้วไม่ใช่กลุ่มพวกเรามิได้เลย กลุ่มพวกเราได้ 5 ที่นั่ง พรรคอนาคตใหม่ได้ 3 นั่ง ด้วยเหตุว่าท่องเที่ยวที่แล้วเมืองชล พลังประชากรเมืองในนามของกรุ๊ปพวกเรา พลังชลเป็นกรุ๊ปจังหวัดชลบุรี ไม่ใช่กรุ๊ปพลังนั้นกับกรุ๊ปบ้านใหญ่ พวกเราเป็นผู้ชมการเลือกตั้งทั้งผอง และไม่ใช่ฝั่งที่ผมมองตกหมด ฝั่งที่เขามองชนะหมด ไม่ใช่
ผมต้องการจะเรียนเลยว่า “สิ่งที่ได้ยินมันไม่ใช่ สิ่งที่มองเห็นมันไม่จริง” ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาผมมิได้กล่าวอะไรเลย ที่มิได้แจกแจงชี้แจงอะไร ด้วยเหตุว่าพวกเราไม่สนใจ รวมทั้งคนแก่ก็กล่าวว่าถ้าเกิดไม่ใช่ความจริง ไม่ต้องพึงพอใจอะไร ผู้ใดจะไปเชื่อ ทุกคนทราบ คนจำนวนไม่น้อยก็ทราบ แต่ว่าเมื่อพวกเรามิได้ออกมากล่าวอะไร ทำให้ข้อมูลที่ได้ยินคนก็ชักเชื่อแฮะ ก็จะต้องโยงมาที่โพสต์ผมวันที่ 17 ก.พ., สัมภาษณ์วันที่  22 ก.พ. และก็โพสต์อีกรอบวันที่ 9-10 เดือนธันวาคม ถ้าหากไปอ่านจะมองเห็นเลยว่า สองสามย่อหน้านั้นมันเป็นยังไง มีคนบอก พวกเราจะต้องกล่าวบ้างแล้วนะ เพราะถ้าหากไม่เช่นนั้นประเดี๋ยวมันเริ่มจะมากจนเกินความจำเป็น
คราวที่แล้วพวกเราเป็นคนดูแลทั้งผอง 5 ที่นั่งในชื่อกรุ๊ปจังหวัดชลบุรีในชื่อพลังประชากรเมือง อีก 3 เขตที่แพ้ไป ไปดูคะแนนได้เลย ใน 3 เขตที่แพ้แต้มมิได้ตกน้ำไปไหนเลย อยู่ในแผนการที่พวกเราทำ ไม่ว่าจะเป็นเขต 5 เขต 6 เขต 7 โดยเขต 5 ได้เพิ่มเติม เขตของคุณอิทธิพลก็ได้มาพอๆกับที่เมียผมลงเขตนั้น ได้มา 3 หมื่นกว่าคะแนน รวมทั้งอีกเขตที่คุณผู้เป็นใหญ่ยิ่ง สวยพิเชษฐ์ ลงก็ 3 หมื่นกว่าคะแนน ได้มาตามเป้า
แม้กระนั้นเพียงพอยุบพรรคไทยรักษาชาติ คะแนนนั่นก็ไม่ใช่ของพวกเราอยู่แล้ว คะแนนก็เลยไหลไปที่พรรคอนาคตใหม่ หากมองคะแนนจริงๆพรรคประชาธิปัตย์จากเดิมที่ได้คะแนนเขตละ 2 หมื่น คงเหลืออยู่หลักพัน ก็ไม่ใช่คะแนนของพวกเราอยู่แล้วเช่นกัน ทำให้ไหลไปรวมกัน ทำให้ทั้งยัง 3 เขต ทางพรรคอนาคตใหม่ชนะพวกเราไปเขตละ 3 พัน 5 พัน ไม่ใช่คะแนนหายไปเป็นหมื่นแล้วทำให้พวกเราแพ้ กระทั่งมองว่าพวกเราไม่ได้รับความนิยม มิได้รับความไว้ใจ แต่ว่าคะแนนพวกเราได้มาตามวัตถุประสงค์ ต้นเหตุที่แพ้ก็คือแบบงี้
• ถ้าหากพรรคไทยรักษาชาติไม่ยุบ จังหวะของบางบุคคลจะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่มีเช่นกัน
ถ้าเกิดพรรคไทยรักษาชาติส่งครบทั้งยังจังหวัดชลบุรี ไม่ใช่เขต 1-4 เป็นพรรคเพื่อไทย เขต 6-8 มีอิสรภาพยรักษาชาติ เป็นถ้าหากเป็นอิสระยรักษาชาติลงอีกทั้งเขต 1-8 เลยนี่ พลังประชากรเมืองได้เพียงแค่ 4 ที่นั่ง เพราะเหตุว่าจะมีเขต 1 อีกเขตนึงที่จะแพ้ จากคะแนนรายงานผลของ กกต. ด้วยเหตุว่าพวกเราได้ 38,000 คะแนน แม้กระนั้นอีกสองพรรคเขารวมกันแล้วได้ 40,000 คะแนน มันก็เช่นเดียวกับเขตอื่นที่เพียงพอยุบไทยรักษาชาติ คะแนนก็ไปรวมอยู่ที่เดียว
ส่วนการเลือกตั้งในปี 2566 พวกเราจำเป็นต้องทำสุดกำลัง ไม่ว่าเพศผู้สมัคร พรรค หลักการ แล้ววิถีทางเดินสายหาเสียง พวกเราก็สู้สุดกำลัง 10 เขต แต่ว่าในที่สุดประชากรเป็นคนตัดสินใจ พวกเราดูมันมีหลายต้นเหตุว่าจะเลือกคนแบบไหน คนมีคุณลักษณะส่วนตัวยังไง ขวานผ่าซากสำหรับเพื่อการดำเนินการทางด้านการเมือง หรือผู้ที่เช้าตรู่อย่าง ตอนกลางวันอย่าง เย็นอย่าง พูดจากะล่อน พูดปด ราษฎรเขารู้กัน แล้วเขาก็จะตกลงใจว่าจะเลือกผู้ใด แต่ว่าพวกเราก็จำเป็นต้องดำเนินการการบ้านการเมืองสุดกำลังทั้งยัง 10 เขต
วัตถุประสงค์เป็น 10 เต็ม 10 พวกเราก็สู้ 10 บางทีอาจจะ 11 หรือ 12 สิบสอง อาจมีรูปทรงในปาร์ตี้ลิสต์ ไม่มีหลบเพราะว่ามีการพินิจพิจารณากันว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีลักษณะ สองกลุ่มรุมหนึ่งเหล่า ประสานมือกันล้มอีกคน
คราวที่แล้วพรรคเล็กๆมากมาย เพราะว่ารัฐธรรมนูญเปิดโอกาส แม้กระนั้นคราวนี้รัฐธรรมนูญเป็นหาร 100 ทำให้พรรคเล็กเบาๆหายไป เป็นเหตุผลหนึ่งว่าเพราะเหตุใดพลังชลก็เลยจำต้องพัก แต่ว่ายังปฏิบัติงานทางด้านการเมืองตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญกล่าวถึงพรรคการเมือง
• นอกเหนือจากชัยที่พวกเราหวังจะได้ทั้งยัง 10 เขต มีเรื่องมีราวการแก้เผ็ดสอนผู้ใดบางไหม
พสกนิกรจะเป็นผู้ที่วินิจฉัยมากยิ่งกว่า พสกนิกรจะไตร่ตรองเองจากสิ่งที่เป็นภาพรวมของพรรคการเมือง คุณลักษณะ กับสิ่งต่างๆที่เป็นส่วนประกอบ พวกเราจำเป็นต้องปฏิบัติงานของพวกเราอย่างเต็มเปี่ยมให้พสกนิกรไว้เนื้อเชื่อใจแล้วลงคะแนนให้กับกลุ่มพวกเรา ชี้ให้เห็นว่าเรื่องจริง ข้อเท็จจริง ที่พวกเรามีให้กับการทำงานก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาโดยตลอด
• มองดูเหตุการณ์ในช่วงเวลานี้ ประเมินยุบสภาเมื่อใด
ผมมีความคิดว่าก.พ. พวกเราอ่านว่าราวๆอาทิตย์แรกของเดือนจะต้องไปขึ้นตรงต่อพรรคกันหมดแล้ว ด้วยเหตุว่ามีเงื่อนไข 90 วันของการเป็นพวกพรรค อันนั้นเป็นถ้าเกิดอยู่ครบกำหนด แม้กระนั้นในวันนี้ดูแล้ว ผมรู้สึกว่ายุบสภา เนื่องจากเป็นจังหวะที่แต่ละพรรคจะเชิญผู้ใดเข้ามาอยู่ในพรรค หรือหากคนไหนกันแน่มีความคิดว่าครบ ไม่ครบ ไม่รู้จักล่ะ ต้นเดือนเดือนกุมภาพันธ์จะต้องไปกันแล้ว ราวกับอย่างของพวกเรา ราวต้นเดือนก.พ. พวกเราจำต้องแจ่มชัดในเรื่องเพศผู้สมัคร การเข้าไปขึ้นตรงต่อพรรคอะไรต่างๆจะต้องให้พร้อม
• ความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อสายคุณยินดีกับจังหวัดชลบุรีมีอะไรแปรไปไหม
สังคม ความก้าวหน้าต่างๆชาติบ้านเมืองมันแปรไป คนรุ่นหลังเติบโตขึ้นมาตลอด เปลี่ยนแปลงแน่ๆครับผม จำต้องให้รู้ทันและก็นำสมัย ปัจจุบันนี้ยังจำต้องรอถามลูกว่าพวกรุ่นๆเขาคิดกันเช่นไร รวมทั้งจะต้องเป็นยังไง เด็กรุ่นนี้เขาคิดไม่เสมือนรุ่นพวกเรา ด้วยเหตุดังกล่าวพวกเราจำต้องรู้ทันทุกเรื่องเพื่อตัวเราเองไม่ตกสมัย
• การเลือกตั้งคราวนี้จะลงเองหรือเปล่า รวมทั้งเครือญาติคุณปลาบปลื้ม ไปไหนไปกันหรือเปล่า
ผมมิได้ลงเขต ตอนแรกจะลงเขต ก็มีคนคัดค้าน เพราะเหตุว่าผมจำเป็นต้องมองทั้งยัง 10 เขต มองภาพรวมบางทีอาจจะต้องมองชนบทด้วย ผู้ที่ลงเขตผมก็คือคุณสุกุมล คุณปลาบปลื้ม เมียผม คุยกันบอกพี่ไม่ต้องลง หนูลงเอง เนื่องจากตอนผมถูกพักการบ้านการเมือง 5 ปี เขาก็เคยลงเขตผมมาแล้ว รวมทั้งเป็นรัฐมนตรีอยู่ตอนหนึ่ง ด้วยเหตุนั้นเขาลงเอง พวกเราไม่ลงเนื่องจากพวกเราจำเป็นต้องดูแลพื้นที่ 
ส่วนลูกพี่ลูกน้อง 5 คน พวกเราคุยกันอยู่แล้วว่าจะไม่อยู่กันคนละพรรค ไปไหนไปกัน ญาติพวกเรากระทำเมืองกันมาด้วยกัน อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีแบ่งภาระหน้าที่กันไป แต่ว่าไปไหนไปกัน ก่อนปีใหม่พวกเราก็คุยกัน เรื่องพรรค เรื่องอะไรต่างๆได้โอกาสก็คุยกัน พินิจพิจารณาการบ้านการเมือง ช่วงนี้เป็นอะไร แบบไหน แล้วถัดไปพวกเราจะไปเช่นไร ญาติพี่น้อง 5 คนคุยกันแล้วตกลงใจลงความเห็นว่าเอาอย่างนี้ 
เว้นแต่พวกเราแล้ว ที่พวกเราออกไปพบพื้นที่ แกนนำพวกเราทั้งหลายแหล่ สามัญชนว่าเช่นไร ราวกับพวกเราหาข้อมูล แล้วมาคุยกัน เอายังไงเอากัน ราวกับคราวที่แล้วที่พวกเราจะไปพลังประชากรเมือง ที่ไปคุยกันเป็น ผม คุณวิทยา แล้วก็คุณอิทธิพล ก็ไปคุยกับคนแก่ร่วมกัน ในที่สุดเพียงพอตกลงใจ พวกเราก็เรียนทางคนแก่ไปว่า โอเค พวกเราตกลงจะไปร่วมกับพลังประชาชนเมือง ก็มาคุยว่าดำเนินงานกันแบบไหน มีเงื่อนไขอะไรไหม
การทำงานท่องเที่ยวนี้ก็เช่นเดียวกัน พวกเราไปในทำนองเดียวกัน

Related Posts